การประชุมทางวิชาการหรือวิชาชีพ หมายถึงอะไร

professional-meeting-pic

การประชุมทางวิชาการ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘การประชุมเอกสารัตถ์’ โดยเป็นการประชุมที่มีจุดประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นมา สำหรับนักวิจัยทั้งหลาย เพื่อตั้งเป็นเวทีทั้งนำเสนอรวมทั้งอภิปรายเกี่ยวกับงานวิจัยนั้นๆ สำหรับการประชุมนี้ก็เป็นอีกช่องทาง ซึ่งมีความสำคัญมาก เนื่องจากใช้ในการแลก – เปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เป็นวิธีที่ใช้สื่อสารในวงกว้างให้รับรู้โดยทั่วกัน เฉกเช่นเดียวกับ วารสารทางวิชาการ หรือ วารสารวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

professional-meeting

การบรรยาย นำเสนอ ทางวิทยาศาสตร์

สำหรับการประชุมทางวิชาการ สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามแต่การ บรรยายในงานนั้นๆ เช่น…

  • Keynote Speeches หรือ สุนทรพจน์หลัก

เป็นการบรรยายที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงหลังพิธีเปิดงาน โดยผู้รับหน้าที่บรรยายส่วนใหญ่จะเป็นนักวิชาการที่อยู่ในบางตำแหน่ง ซึ่งได้รับคำเชื้อเชิญให้มาบรรยายจากเจ้าภาพ ความยาวของการบรรยายในจุดนี้ จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง – 1 ชั่วโมงเท่านั้น

  • Round Table หรือ การอภิปรายแบบล้อมวง

จัดเป็นหนึ่งในรูปแบบ ที่ใช้ในการประชุมทางวิชาการ โดยสามารถประกอบด้วยกระบวนการปราศรัย, อภิปราย, โต้แย้ง ภายใต้กรอบของหัวข้อเฉพาะทาง และแน่นอนว่าผู้เข้าร่วมการอภิปราย ทุกๆ คนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการอภิปรายรวมทั้งการโต้แย้งใดๆ

  • Public Sessions หรือ การประชุมแบบสาธารณะ

ถึงแม้จากชื่อภาษาอังกฤษจะสามารถแปลตรงตัวได้ว่าเป็นการประชุม หากแต่ในสถานการณ์จริงส่วนใหญ่ จะเป็นการบรรยายเชิงวิชาการแก่สาธารณชนเสียมากกว่า

  • Plenary Lectures หรือ การบรรยายใหญ่

โดยจัดเป็นการบรรยายซึ่งเกี่ยวข้องกับภาพรวมของหัวข้อในงานต่างๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหัวข้องานประชุมนั้นโดยตรง

  • Parallel Sessions หรือ การประชุมคู่ขนาน

เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วหัวข้อของงานประชุมมักมีขอบเขตกว้างมาก เพราะฉะนั้นเพื่อความเป็นระเบียบ จึงมีการแบ่งการนำเสนอออกเป็นหัวข้อย่อยต่างๆ แล้วหลังจากนั้นก็จะนำไปเสนอในห้องประชุม ต่างห้องกันรวมทั้งต่างเวลากันอีกด้วย หากแต่กรณีที่ผู้เข้าร่วมเกิดความรู้สึกสนใจหลาย Session ก็สามารถพบเหตุการณ์ Session ที่สนใจจัดในเวลาเดียวกันก็ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น งานประชุมเอกสารัตถ์ ที่จัดงาน ณ กรุงเทพฯ มหานคร โดยมีหัวข้อ ระบบดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ และอนาคตของดาราศาสตร์อวกาศ ก็จะสามารถแบ่ง Parallel Sessions ออกเป็นระบบต่างๆ ได้แก่ ดาวเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ, ชีวดาราศาสตร์, ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เป็นต้น

สิ่งที่ได้จากงานประชุมทางวิชาการ

ทำให้ผู้เข้าร่วม ได้เข้าสังคมจากผู้ที่ทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน และได้เพิ่มความรู้ในความรู้แขนงต่างๆ ที่ตนอาจไม่เคยรู้มาก่อนและอยากเรียนรู้เพิ่มเติม อีกทั้งยังได้สร้าง Connection ถ้าเป็นงานประชุมเชิงวิชาการระดับนานาชาติ ก็จะได้ฝึกฟังและพูดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการพัฒนาตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง