การประชุมนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ณ กรุง Bonn 2017

Global-Bonn

การประชุม Sustainable Innovation Forum 2017

มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ณ กรุง Bonn สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

งาน Sustainable Innovation Forum 2017 มีชื่อเรียกย่อว่า SIF17  โดยมีนาย Nik Gowing จาก www.sbobet24hr.com International Broadcaster เป็นประธานการจัดงาน ภายในงานนี้ประกอบด้วย เวทีการอภิปราย , การออกบูธจากหน่วยงานทั่วโลก

วันที่ 13 เป็นการอภิปรายแบบคณะ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงาน , วิวัฒนาการของการเก็บพลังงาน , การลดการปลดปล่อยคาร์บอนในระบบการขนส่ง , แผนที่นำทางซึ่งนำไปสู่ระบบการขนส่งยั่งยืน เป็นต้น โดยหนึ่งในผู้ร่วมอภิปรายคนสำคัญจากเอกชนที่

คือ นาย Markus Duesmann จากบริษัท BMW group ซึ่งได้ออกมาประกาศว่าภายในปี ค.ศ. 2020 บริษัทจะผลิตรถยนต์ซึ่งใช้พลังงานทดแทนชนิดไฟฟ้า ถึงร้อยละ 100 พร้อมกันนี้นาย Christof Ehrhart จากบริษัท DHL ก็ได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า DHL CubicCycle เพื่อการขนส่งพัสดุอีกด้วย

การประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอนวัตกรรมซึ่งถือว่าเป็นสิ่งบุกเบิก นั่นก็คือ การนำเสนอศักยภาพของเทคโนโลยีไฮโดรเจนเพื่อสร้างเป็นพลังงานในอนาคต จากสมาชิกของคณะกรรมการไฮโดรเจน ซึ่งเป็นคณะกรรมการอันเกิดจากการรวมตัวกันขนาดใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตอุตสาหกรรม โดยได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ในการประชุม World Economic Forum และได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในการประชุม SF17 โดยมีสมาชิกของ Hydrogen Council ขึ้นเวทีแถลงข่าวพร้อมอธิบายถึงวิธีการที่ ไฮโดรเจนจะเข้ามารองรับการใช้พลังงาน ได้ร้อยละ 18 หรือประมาณ 1 ใน 5 ของความต้องการของโลก ในปี ค.ศ. 2050 มีการคาดการณ์กันว่าจะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้น 2 พันล้านคน และด้วยนวัตกรรมจะสามารถรองรับการใช้พลังงาน ซึ่งลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ 6 กิกกะตัน ใช้เพื่อการรักษาอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส ได้ร้อยละ 20 ทำให้ลดแรงกดดันในการใช้พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ ได้จำนวนมหาศาล

หัวข้อของการอภิปรายในวันที่ 2 มุ่งเน้นเรื่องของการสนับสนุนทางการเงิน ที่มีต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมุ่งเน้นถึงการสนับสนุนการลงทุนเพื่อลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนในอนาคต เพื่อต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้น

สรุปว่า การประชุมตลอดทั้ง 2 วันเต็มของงานประชุม SIF17 ในปี 2017 ทำให้เราทุกคนตระหนักว่าปัญหาเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องเร่งด่วนและร้ายแรง ซึ่งมันกำลังจะส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จำนวนหลายล้านคนทั่วโลก ส่วนข่าวดีจากการประชุมนี้ก็คือ มนุษย์มีทั้งเครื่องมืออันทันสมัยรวมทั้งความตั้งใจที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ให้บรรลุผลในทางที่ดี

One Comment

    withawat

    ผมคิดว่าปัญหาโลกร้อนนั้นไม่ใช่ปัญหาไกลตัวอีกต่อไป จากหลายปีที่ผมลองสังเกตทั้งข่าว จากหลายสถานที่ทั่วโลกผมคิดว่าปัญหาเรื่องสภาวะโลกร้อนนั้นได้แผ่ขยายปัญหาทวีคูณมากขึ้น ซึ่งผมคิดว่าอาจจะเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากที่ผมได้อ่านที่ Admin ได้เขียนถึงพลังงานทางเลือก เช่นไนโตรเจน ผมว่าเป็นแนวคิดที่ดีมากเลยครับ เพราะจากที่ศึกษามา ไนโตรเจนเป็น พลังงานที่สามารถนำมาประยุกต์ และใช้งานได้ในหลายภาคส่วน ซึ่งถ้าได้รับการพัฒนาที่ดีนั้นผมเชื่อว่าจะเข้ามาทดแทนพลังงานอื่นๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนได้ จากตัวอย่างที่หยิบยกมาที่ผมนั้นชอบมากก็น่าจะเป็น รถไฟฟ้าจาก บริษัทขนส่งระดับโลกอย่าง DHL ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการลดใช้น้ำมันซึ่งผมมองว่าปัญหาฝุ่นควันจากการใช้นั้นมันนั้นเป็นปัญหาใหญ่เลยที่ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั่นเอง

Comments are closed.