สรุปภาวะเศรษฐกิจไอทีล่าสุด

IT-economy

ต้องบอกว่าปีนี้เรื่องราวของเศรษฐกิจถือว่าช้ำหนักเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีอะไรหลายอย่างเข้ามากระทบทำให้เศรษฐกิจไทยของเราเป๋าไปเยอะเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในอย่างด้านการเมืองที่เหมือนจะยังไม่สะเด็ดน้ำ มีวาระซ่อนเร้นให้เราได้พูดถึงกันตลอด หรือจะเป็นภาพใหญ่ระดับโลกอย่าง โควิท 19 ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟุบหนักเหมือนกัน ด้านไอทีที่ดูเหมือนจะมีทั้งผลด้านบวกและลบในคราวเดียวกันจากสถานการณ์ดังกล่าว มีเรื่องราวหรือข่าวอะไรที่น่าติดตามบ้างเราสรุปมาให้แล้ว

ชิ้นส่วนยังขายดี

ต้องยอมรับว่า นโยบายทางด้านเศรษฐกิจไอทีของไทยเรานั้น หลายคนอาจจะมองว่าแปลกที่เราไม่เน้นการสร้างสินค้าที่เป็นแบนด์ในประเทศตัวเองสักเท่าไร เน้นการผลิตชิ้นส่วนขายมากกว่า แต่นโยบายนี้กับเศรษฐกิจแบบนี้ทำให้ไม่ว่าจะยังไงก็ยังคงมีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งที่ขายดีเสมอ นั่นทำให้ความต้องการชิ้นส่วนอุปกรณ์ทางด้านไอทีไม่ได้ลงลงไปมาก หากถัวเฉลี่ยรวม ผลที่ได้ทำให้บางโรงงานที่ทำชิ้นส่วนทางด้านไอที ยังพอถูไถไปรอดอยู่ แต่หากปล่อยไว้อาการทรงๆแบบนี้ก็ไม่ดีระยะยาวด้วยเหมือนกัน

การเก็บภาษี

ข่าวที่ต้องบอกว่ากำลังจะสร้างแรงกระเพื่อมทางด้านไอทีให้กับเราอย่างมากก็คือ การจัดเก็บภาษีพวกแพลตฟอร์มต่างๆที่เข้ามาในประเทศไทย เอาจริงมันก็ควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว เม็ดเงินภาษีตรงนี้จากที่ข่าวออกมาคาดกันว่าจะมากถึง 3,000 ล้านบาทกันเลยทีเดียว ก็ต้องมาดูว่าการเก็บภาษีจะออกมาในรูปแบบไหน และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แพลตฟอร์มนั้นหรือไม่ ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะไม่มีปัญหา แต่หากเป็นการใช้งานเพื่อการค้าอย่างกลุ่มค้าขายออนไลน์ หรือ ทำยูทูปเบอร์ รีวิว แคสเกม กลุ่มคนที่ทำรายได้เหล่านี้อาจจะต้องโดนค่าใช้จ่ายเพิ่มคืนให้กับแพลตฟอร์มนั้น

IT-economy-pic

ระบบข้อมูลเฟื่องฟู

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจทางด้านไอที กลุ่มที่มาแรงสุดในชั่วโมงนี้ต้องเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางด้านข้อมูลต่างๆ บอกเลยว่ามาแรงมาก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลผู้ใช้งาน ผ่านช่องทางต่างๆ เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถแปลผลเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่ตรงใจผู้บริโภคได้มากที่สุด การที่เรารู้สึกว่าโปรโมชั่นของสินค้า หรือร้านค้าแบรนด์ดัง ดูจะถูกใจเราเป็นพิเศษทั้งของแถม ส่วนลด ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันถูกคำนวณจากข้อมูลทุกอย่างของเราที่ถูกบันทึกไว้ในโลกออนไลน์หมดแล้ว การซื้อขายข้อมูลลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายจึงมีความสำคัญต่อนักการตลาดในแบรนด์นั้นมาก

อุปกรณ์เพื่อทำงานที่บ้าน

จากวิกฤติโควิท 19 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการทำงานแบบใหม่ที่เรารู้จักกันดีว่า WFH ย่อมาจาก Work from home การทำงานที่บ้าน แน่นอนว่าเราต้องทำงานที่บ้านจากวิกฤติโควิท 19 ที่ทำให้เราออกจากบ้านไม่ได้ แต่เชื่อว่าพอหมดโควิท 19 ไปแล้ว หลายออฟฟิศ หลายการทำงานอาจจะคงวิธีการทำงานแบบ WFH อยู่เพราะว่าบริษัทได้ลดต้นทุนการทำงานลงไปเยอะ (อย่างน้อยก็ค่าไฟ) ส่วนพนักงานเองก็ไม่ต้องมาเผชิญกับรถติด และสามารถจัดการชีวิตได้มากขึ้นกว่าเดิม การมาของ WFH ทำให้เศรษฐกิจไอทีเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำงานเฟื่องฟูขึ้นเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, เครื่องปริ้นเตอร์, เครื่องมือการรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ก็คงจะขายดีไปอีกสักพักเลยหลังจากซบเซาไปนานมาก อีกเรื่องที่มาคู่กันขายดีเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับองค์กรที่สามารถทำงานได้บนวิถี WFH เหล่านี้เป็นเรื่องเศรษฐกิจไอทีที่มีทั้งเรื่องดีและแย่ปนกันไป ในช่วงวิกฤติโควิท 19