Kamphaeng-Saen-Academic-Conference-news-site

ประชุมวิชาการกําแพงแสนหมายถึงอะไร

การประชุมวิชาการถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญเลยของการพัฒนาหน่วยงานของตัวเอง โดยเฉพาะแหล่งเรียนรู้ใหญ่ๆ อย่างมหาวิทยาลัย การจัดงานประชุมวิชาการเปรียบเสมือนเป็นการเปิดบ้านแสดงตัวตน ความสามารถทางด้านงานวิชาการของมหาวิทยาลัยว่าไปถึงไหน มีจุดเด่นในงานใดบ้าง อย่างงานประชุมวิชาการกำแพงแสน งานนี้คืออะไร

การประชุมวิชาการกำแพงแสน

การประชุมวิชาการกำแพงแสน มีชื่อเต็มว่า การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม โดยงานนี้จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเป็นเจ้าภาพหลัก แต่ได้รับการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในกรุงเทพด้วย การประชุมวิชาการที่จัดขึ้นนี้ก็เพื่อเป็นเวทีแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ว่าพัฒนาไปถึงไหนแล้วในสาขาวิชาต่างๆ กัน

สาขาวิชาที่เปิดให้แสดงผลงาน

สำหรับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมนั้น เปิดให้บริการเรียนระดับมหาวิทยาลัยหรือสูงกว่านั้นหลากหลายคณะ หลากหลายสาขาวิชา แต่คราวนี้พวกเค้าจัดงานประชุมวิชาการโดยเลือกแสดงผลงานทางวิชาการทั้งหมด 8 สาขาด้วยกัน ได้แก่ สาขาพืชและเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาสัตว์และสัตว์แพทย์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ และสาขาส่งเสริมการเกษตร โดยทั้งหมดจะจัดขึ้นที่ อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม วันที่ 3-4 ธันวาคม ใครสนใจก็สามารถไปร่วมงานกันได้

เวทีแจ้งเกิดผลงานวิชาการ

กิจกรรมหนึ่งที่สำคัญอย่างมากของการจัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้ก็คือ การจัดเวทีให้กับนิสิต นักศึกษา จนถึงผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อนำเสนอในเวทีผลงานวิชาการได้ด้วย ซึ่งหากได้รับคัดเลือก เราจะสามารถนำเสนอผลงานของเราบนเวทีระดับประเทศได้เลยทีเดียว หากงานของเราดีจริง บอกเลยว่างานอาจจะถูกนำไปพัฒนาต่อในระดับประเทศ รวมถึงได้รับทุนสนับสนุนจากทางภาครัฐได้ด้วยเหมือนกัน เรียกว่าเป็นโอกาสเวทีแจ้งเกิดงานวิจัยที่เราทำอยู่ก็เป็นได้

งานประชุมวิชาการที่เกษตรกรควรจะไป

หากเราเป็นคนหนึ่งที่สนใจวิถีของเกษตรกร และอยากพัฒนาเกษตรกรให้เป็นงานเกษตรกรยุคใหม่ที่ทันต่อเทคโนโลยี เราว่างานนี้ควรไปอย่างยิ่ง งานประชุมวิชาการกำแพงแสน แม้จะมีงานออกมาถึง 8 สาขาวิชา แต่บูธเกี่ยวกับงานเกษตร เป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจมากที่สุด โดยเฉพาะงานวิจัย นวัตกรรมทางด้านพันธุ์พืช สัตว์ (มีการเอาต้นไม้ พันธุ์ใหม่ที่ดัดแปลงมาให้เห็นดู ลูบ คลำ จับกันเลย หรือปลาก็มีการจำลองบ่อปลากันให้เห็นกันจะจะเลยว่าปลาพันธุ์นี้หน้าตาเป็นอย่างไร เลี้ยงอย่างไร) และอุปกรณ์เครื่องมือใหม่ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการคิดค้นวิเคราะห์ มาแล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง ใครที่กำลังจะมองหาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีกว่า งานนี้น่าจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเราดีทีเดียว หรือปัญหาที่เราประสบอยู่ เราก็สามารถไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการในจุดที่เกี่ยวข้องได้ด้วย ไม่แน่ปัญหาของเราอาจจะถูกแก้ไขได้อย่างยั่งยืนด้วยงานวิจัยที่นำเสนอในงานนี้ก็เป็นได้

การนำเสนอแบบเป็นกันเอง

อีกจุดหนึ่งที่แม้จะใช้ชื่อว่างานประชุมวิชาการก็จริง แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย นั่นก็คือการจัดงาน โอเค อาจจะมีงานในห้องแอร์เปิดห้องประชุมแบบเป็นทางการ แต่อีกมุมหนึ่งทางผู้จัดเค้าก็ไอเดียดี จัดงานได้แบบไม่มีพิธีการมากนัก มีมุมเสวนา จัดให้ประชาชนไปนั่งฟังกันได้แบบสบายๆ แบบบ้านๆ เข้าถึงได้ง่ายมาก โต๊ะตัวหนึ่ง เก้าอี้พลาสติกนั่งกันแบบเข้าถึงได้ง่าย นี่แหละทำให้คนที่ไปเดินกล้าจะเข้าไปนั่งฟังจริงๆ สมกับเป็นงานประชุมวิชาการที่ทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อประชาชนเกษตรกรยุคใหม่อย่างแท้จริง ขอย้ำอีกครั้งว่าใครสนใจก็สามารถเข้าไปร่วมงานได้เลย มีอะไรดีๆ เยอะมาก ไม่แน่งานแสดงงานวิจัย งานประชุมเหล่านี้จะทำให้เราได้แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการทำเกษตรได้เยอะเลยก็เป็นได้

Academic-meeting-news-site

ประชุมวิชาการ สวก. หมายถึงอะไร

หน่วยงานมหาชนมากมายหลายแห่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติในแง่ของวิชาการ ในแต่ละปีจะต้องมีการจัดงานประชุมวิชาการเพื่อแสดงผลงานที่ได้ค้นคว้ามาในแต่ละปีว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการนำเสนองานตัวเองต่อสาธารณะชนตามหลักขององค์กรอีกด้วย สวก. หรือ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ก็เช่นกัน

ประวัติของ สวก.

ความเป็นมาของ สวก. หรือ ชื่อเต็มอย่าง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นหน่วยงานของรัฐชนิดองค์การมหาชน เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งขึ้นจากพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 จุดประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงานนี้ขึ้นมามีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน มีข้อสำคัญอยู่อย่างหนึ่งก็คือ หน่วยงานจะต้องส่งเสริมให้เกิดกิจการทางวิชาการเพื่อเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่างๆ นั่นทำให้เกิดการประชุมวิชาการ สวก. ขึ้นมาในภายหลังเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์นี้

กิจกรรมที่จัดขึ้นในงาน

ปีล่าสุดงานประชุมวิชาการ สวก. จัดขึ้นในวันที่ 8-9 ตุลาคม ณ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่น เซนเตอร์ กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในงานก็จะมีการเสวนาในหัวข้อสำคัญ การฟังบรรยาย การเสวนา เกี่ยวกับหัวข้อทางด้านการเกษตรในปีปัจจุบันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการจัดงานนิทรรศการในหัวข้อต่างๆ กัน ซึ่งจะเป็นการจัดงานนิทรรศการจากทาง สวก.เองส่วนหนึ่ง บวกกับอีกส่วนหนึ่งจะเป็นงานนิทรรศการจัดแสดงจากหน่วยงานพันธมิตร หน่วยงานในภาคีเครือข่ายมาช่วยจัด โดยจะมีธีมหัวข้อมาให้

หัวข้อสำคัญที่เกษตรกรต้องรู้

สำหรับปีนี้ ทาง สวก. จัดหัวข้อเสวนา หัวข้อบรรยาย ได้น่าสนใจมาก ทาง สวก. เห็นว่าตอนนี้คลื่น disruption จากเทคโนโลยีกำลังถาโถมไปทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ การซื้อขายออนไลน์ การส่งสินค้า แม้แต่การขายอาหารคลื่นนี้ก็ถาโถมเข้าไปด้วย ดังนั้นไม่แปลกที่คลื่นนี้จะโถมไปถึงวิถีเกษตรกรด้วย เพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกคลื่นนี้ถาโถมจนเกินไปทาง สวก. จึงจัดหัวข้อเสวนาชื่อว่า disruptive technology เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกการเกษตร นำเสวนาโดยวิทยาการทั้งในไทยและต่างประเทศที่ได้รับเชิญมาเป็นพิเศษในงานนี้เลย เพื่อให้เกษตรกรไทยได้ศึกษาว่าตัวเองจะดำเนินการอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดในคลื่นถาโถมนี้

หัวข้อสำคัญของนักวิจัย

หากเราเป็นนักวิจัย และศึกษาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตรอยู่แล้วกำลังมองว่างานวิจัยต้องเดินทางไปในทิศทางใดจึงจะสามารถนำเข้าไปขอทุนสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ ภาคเอกชนได้ ก็ต้องมางานนี้ในหัวข้อชื่อว่า ทิศทางงานวิจัยและนวัตกรรมภาคการเกษตรภายใต้การบริหารงานยุคใหม่ ภายในงานเสวนานี้จะมีการบอกถึงหลักการ และหัวข้อสำคัญที่ผู้ให้ทุนต้องการให้เกิดการวิจัยเพื่อให้นักวิจัยรับทราบแนวทางแล้วเอาไปคิดต่อยอดแตกประเด็นออกมาเป็นงานวิจัยของตัวเอง งานนี้ได้เชิญผู้อำนวยการเกี่ยวกับหน่วยงานทางด้านงานวิจัยโดยเฉพาะมาให้คำแนะนำโดยตรง น่าจะเป็นอะไรที่ตรงจุดมาก หากเรามีคำถามก็สามารถสอบถามได้เลย

นวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับงานเกษตร

อีกช่วงหนึ่งที่เราไม่อยากให้พลาด เป็นการเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับงานเกษตรยุคใหม่ด้วย วันที่ 9 จะมีการเปิดห้องให้เราได้เข้าไปดูงานวิจัยจากระดับผู้นำทางวิชาการทางการเกษตรนำมาเสนอกัน งานวิจัยเหล่านี้ผ่านการกลั่นกรอง ตามระเบียบวิธีวิจัยอย่างถูกต้อง ทำให้น่าเชื่อถือได้ในระดับสูง สามารถเอาผลการวิจัยไปใช้ได้เลย ไม่แน่ผลงานวิจัยเหล่านี้อาจจะเป็นทางออกของปัญหาทางการเกษตรที่เราประสบอยู่ก็เป็นได้ อีกด้านหนึ่งนวัตกรรมบางอย่างในงานวิจัยเหล่านี้อาจจะตรงประเด็นปัญหาที่กำลังมองหาอยู่ก็ได้เช่นกัน หรือบางนวัตกรรมอาจจะช่วยให้การทำเกษตรของเราดีขึ้นก็ได้

งานประชุมวิชาการ สวก. เป็นอีกงานหนึ่งที่ชาวเกษตรควรจะเข้าไปดูอย่างมากเลย มีอะไรดีๆเยอะมาก หรือเราไม่ได้เป็นเกษตรกร ก็สามารถเข้าไปเดินเปิดหูเปิดตาเรื่องการเกษตรก็ได้เช่นกัน

นวัตกรรมสร้างชาติ คืออะไร

ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้ขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งช่วยในการขับเคลื่อนรวมทั้งพัฒนาประเทศ ให้ก้าวไปสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในอนาคตสืบต่อไป เพราะฉะนั้นจึงทำให้การคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเหนือกว่าในอดีตเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการยกระดับไปยังสังคมที่ดีกว่า พร้อมคุณภาพชีวิตดีกว่า ให้มีความเท่าทันกับความเป็นไปของโลก ในขณะเดียวกันนวัตกรรมสร้างชาติ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ในการรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไปพร้อมๆ กัน

ในอดีตประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยการเพิ่มปัจจัยนำเข้า

ด้วยการย้ายแรงงานจากเกษตรมาสู่อุตสาหกรรมเมือง นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศอีกด้วย โดยในปัจจุบันนี้ ได้มีการยกระดับไปอีกขั้นด้วยการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีอันทันสมัย ประหยัดเวลา ประหยัดแรง เข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น หากแต่ในอดีตเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่ประเทศไทย นำเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นหลัก การสร้างชาติด้วยการยกระดับนวัตกรรม จะนำไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว

หากแต่ความจริงแล้วความสามารถของคนไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า

จากสถานภาพนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศไทย ซึ่งอ้างอิงจากการเก็บข้อมูลของ World Economic Forum ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 32 จากจำนวน 137 ประเทศ เมื่อพิจารณาอันดับทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแล้ว จึงพบว่าความพร้อมทางเทคโนโลยีของประเทศไทย อยู่ในอันดับ 61 ของโลก และทางด้านด้านนวัตกรรม อยู่อันดับ 50 ของโลก

เพราะฉะนั้นแล้วการพัฒนาทางด้านนวัตกรรม จึงเป็นเรื่องมีความสำคัญมาก ซึ่งควรมีการจัดระบบอย่างมีเป้าหมาย ตามหลักยุทธศาสตร์เพื่อส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางด้านนวัตกรรมอย่างจริงจัง โดยต้องเริ่มจากการขยายขอบเขตทางด้านการส่งเสริมนวัตกรรมในหลากหลายมิติ ซึ่งสามารถแบ่งนวัตกรรมออก 3 ระดับ ได้แก่…

การปรับปรุงด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี – ซึ่งเป็นการยกระดับของเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านผลิตภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ถึงแม้ว่าในประเทศจะมีหน่วยงานบางหน่วยงานที่เข้ามาส่งเสริมพร้อมพัฒนาศักยภาพในด้านนี้ หากแต่บางครั้งก็ไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร

การส่งเสริมนวัตกรรมควรมีมุมมองที่กว้างขึ้น – นอกจากนี้จากการมุ่งเน้นไปในเรื่องของวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยจะต้องให้ความสำคัญกับนวัตกรรมทางสังคมด้วย พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมประเภทอื่นเข้ามาเสริม ก่อเกิดเป็นพลังที่แข็งแกร่งควบคู่ไปด้วยกัน

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติของประเทศไทย – จะต้องมีรางวัลสำหรับนวัตกรรมประเภทอื่นเข้ามาเสริมด้วย เช่น นวัตกรรมทางด้านการตลาด แนวทางในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ เป็นต้น รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาทางด้านนวัตกรรม ด้วยการนำศาสตร์อื่นๆ เข้ามาผสมผสาน ยกตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการพร้อมทั้งส่งเสริมแหล่งที่มาทางด้านอื่นๆ ของนวัตกรรม เช่น การออกแบบ , ความคิดสร้างสรรค์ ต่างๆ การคุ้มครองทรัพย์สินทางด้านปัญญา ตลอดจนนวัตกรรมทางด้านความคิด รวมทั้งแผนธุรกิจต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักเอาไว้ให้คงมั่น คือ ประเทศไทยของเรายังต้องแข่งขันกับนานาชาติตลอดเวลา ซึ่งสนามประลองนี้นับวันๆ ก็ยิ่งจะมีความเข้มข้นและเข็มแข็งขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญ ในการจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยกระดับขีดความสามารถ ก็คือ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีซอฟท์แวร์

โดยมีคนไทยหลายมาก ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมซอฟท์แวร์ ที่มีโดดเด่น สามารถใช้งานได้จริง มีประโยชน์สูง ให้เกิดความสามารถที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก นอกจากนี้ชื่อเสียงของประเทศไทยทางด้านเทคโนโลยีซอฟท์แวร์ ก็แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมและเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตามานักต่อนักแล้ว ด้วยการคว้าเหรียญทองกลับบ้านในรายการแข่งขันต่างๆ ไม่รู้กี่ชนิดกี่ประเภท ทั้งในระดับนักศึกษา , องค์กร รวมทั้งผลงานการวิจัยระดับประเทศ ซึ่งสิ่งเล่านี้เป็นเครื่องยืนยันและเป็นเครื่องการันตีให้เห็นถึงความสามารถของคนไทยที่ไม่แพ้ใครในโลก อีกทั้งเทคโนโลยีของคนไทยก็ได้รับการยอมรับในระดับสากล หากแต่ความน่าเสียดายอย่างที่สุด คือ ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอเท่านั้น